การแจ้งที่พักคนต่างด้าว สำหรับสถานประกอบการ
การแจ้งที่พักของคนต่างด้าว ตาม พระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 ได้กำหนดไว้ว่า “เจ้าบ้าน เจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นอยู่ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ถ้าท้องที่ใดไม่มีที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่ ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจในท้องที่นั้นในกรณีที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ตามวรรคหนึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองตรวจคนเข้าเมือง
การแจ้งตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด"
ในการแจ้งที่พักคนต่างด้าวที่เข้าพักอาศัยในเคหะสถานซึ่งได้แก่ โรงแรมที่ได้รับอนุญาตตาม พระราชบัญญัติโรงแรมฯและ
เกสเฮ้าส์ แมนชั่น อพาร์ตเม้นท์ สถานประกอบการหรือบ้านเช่าทั่วๆไป ให้เจ้าของเคหสถานดังกล่าว เจ้าของบ้านเช่า หรือผู้ประกอบการแจ้งตามแบบ ตม. 30
กรณีที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งที่ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 7 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
กรณีที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด ให้แจ้ง ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในเขตพื้นที่ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ
วิธีที่ 1 นำเอกสารมาแจ้งด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นนำเอกสารมาแจ้ง
นำเอกสารมาแจ้งด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นนำเอกสารมาแจ้ง ที่ช่องบริการแจ้งที่พักอาศัย (ตม.30) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ (ตามวันและเวลาราชการ)
วิธีที่ 2 แจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
1. กรอกแบบฟอร์มการแจ้ง พร้อมลงชื่อผู้แจ้งให้เรียบร้อย
2. ซองจดหมายขนาด 6.5 x 9 นิ้ว พร้อมติดแสตมป์ 10 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง เพื่อส่งใบรับแจ้งของเจ้าหน้าที่คืน
3. นำเอกสารข้อ 1-2 ใส่ซองลงทะเบียน (เก็บใบลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน) ส่งตามที่อยู่ ดังนี้
งานแจ้งที่พักอาศัยบุคคลต่างด้าว
กองกำกับการ 2 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 7 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
วิธีที่ 3 แจ้งทางอินเตอร์เน็ต (Internet)
1. ลงทะเบียนขอใช้บริการแจ้งที่พักอาศัยทางระบบอินเตอร์เน็ตที่ www.immigration.go.th ในหน้าต่าง การแจ้งที่พักอาศัย เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบและอนุมัติแล้ว จะแจ้งรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน สำหรับเข้าใช้ระบบไปยัง e-mail ที่ลงทะเบียน
2. สามารถ Download แบบขอใช้บริการแจ้งที่พักอาศัยทางอินเตอร์เน็ตได้ที่ www.immigration.go.th
3. สามารถ Download คู่มือการแจ้งที่พักอาศัยทางอินเตอร์เน็ตและแบบ ตม.30 ในหน้า login เข้าระบบ
หรือกดดูขั้นตอนการเข้าระบบแจ้งที่พัก
** เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับสถานประกอบการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้พัฒนาระบบแจ้งที่พักให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องอ่านหนังสือเดินทางในการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว สามารถตรวจสอบรายละเอียดรุ่น และยี่ห้อของเครื่องอ่านหนังสือเดินทาง รวมทั้งดาวน์โหลด Driver เพื่อทำการติดตั้งโปรแกรมใช้งานเครื่องอ่านหนังสือเดินทาง และคู่มือการใช้งานระบบฯ ได้จากหน้าจอ Log in เข้าระบบแจ้งที่พักอาศัย ผ่านทางเว็บไซต์ www.immigration.go.th ***
วิธีการกรอกบัญชีรายชื่อคนต่างด้าวที่เข้าพักอาศัย(แบบ ตม.30)
กรณีมาแจ้งด้วยตนเองหรือแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
แบบการแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย สำหรับเจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหะสถาน(ตม.30) ประกอบด้วยเอกสาร 2 ส่วน(2 แผ่น)ด้วยกัน ส่วนแรก เป็นการกรอกรายละเอียดข้อมูลของเจ้าบ้านฯและที่ตั้งสถานที่ที่มีคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ส่วนที่ 2 เป็นบัญชีรายชื่อคนต่างด้าวที่เข้าพักอาศัย
การกรอกรายละเอียดในแบบตม.30 ส่วนที่ 2 ขอให้ท่านดำเนินการกรอกให้ครบทุกช่อง โดยให้ดูจากหนังสือเดินทางของบุคคลต่างด้าวเป็นหลัก เนื่องจากรายละเอียดของบุคคลต่างด้าว ซึ่งบุคคลต่างด้าวเขียนให้ก่อนเข้าพักอาศัยมักไม่ถูกต้อง และการกรอกให้ใช้วิธีพิมพ์หรือเขียน ถ้าเป็นการเขียนให้เขียนเป็น BLOCK LETTER และมีข้อพึงระวังในการกรอกดังนี้
1. ชื่อคนต่างด้าว ต้องเว้นช่องว่างระหว่าง ชื่อตัว ชื่อกลาง ชื่อสกุล ให้เห็นชัดเจน
2. เลขที่หนังสือเดินทาง หากมีตัวหนังสือข้างหน้า หรือข้างหลังตัวเลขให้เขียนลงไปด้วย
3. ช่องบัตรขาเข้าเลขที่ ให้กรอกเลขที่บัตรขาเข้า(บัตร ตม.6) ซึ่งแนบอยู่ในหนังสือเดินทาง โดยกรอกเช่นเดียวกับ
4. การกรอกเลขที่หนังสือเดินทาง กล่าวคือ หากมีตัวหนังสือ ให้กรอกตัวหนังสือลงไปด้วย
5. วันเดินทางเข้า หมายถึง วันที่คนต้างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย สำหรับวันที่เข้าพัก ให้กรอกลงใน
แผ่นหน้าของใบแจ้งรับคนต่างด้าว เข้าพักอาศัย
พนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลในแบบ ตม.30 เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกรอกข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการรับแจ้งและฉีกแบบ ตม.30 ส่วนล่างให้ผู้แจ้งเก็บรักษาต่อไป
นี่คือคำถามที่พบบ่อย 8 ข้อ พร้อมคำตอบละเอียดถี่ถ้วนที่รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลที่ให้มา:
TM.30 หรือแบบ ตม.30 คือ "แบบแจ้งข้อมูลคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยสำหรับเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหสถาน" ซึ่งเป็นข้อกำหนดบังคับภายใต้พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐบาลทราบที่อยู่ของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในราชอาณาจักรตลอดเวลา
ผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้ง TM.30 คือ "เจ้าบ้าน เจ้าของบ้าน หรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม" ที่รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ซึ่งหมายความรวมถึงเจ้าของสถานประกอบการ โรงแรม เกสเฮ้าส์ แมนชั่น อพาร์ตเมนท์ หรือบ้านเช่าทั่วไป อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายจะอยู่ที่ผู้ให้ที่พัก แต่ในทางปฏิบัติ ชาวต่างชาติผู้เข้าพักควรทราบและตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการแจ้ง TM.30 เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อต้องติดต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
การแจ้ง TM.30 ต้องดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย การแจ้งนี้จำเป็นเมื่อชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรก และที่สำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่พัก คือ "ทุกครั้ง" ที่มีการเปลี่ยนสถานที่พำนักภายในราชอาณาจักรไทย เช่น การย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านเช่าใหม่ หรือทรัพย์สินที่เพิ่งซื้อมา แม้จะเดินทางไปพักที่อื่นในจังหวัดอื่นเกิน 24 ชั่วโมง และเดินทางกลับมาที่พักเดิม ก็ยังต้องแจ้ง TM.30 อีกครั้ง
มีวิธีการแจ้ง TM.30 หลายวิธี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้แจ้ง:
สำหรับชาวต่างชาติผู้เข้าพัก ควรเตรียมเอกสารดังนี้:
สำหรับเจ้าบ้าน/เจ้าของที่พัก ควรเตรียมเอกสารดังนี้:
ในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้จัดการทรัพย์สินเป็นผู้แจ้งแทน อาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมอากรแสตมป์
การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด TM.30 อาจนำไปสู่บทลงโทษสำหรับผู้ให้ที่พัก โดยปกติจะเป็นค่าปรับตั้งแต่ 800 บาท ถึง 1,600 บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม สำหรับชาวต่างชาติผู้เข้าพัก แม้ว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายจะอยู่ที่ผู้ให้ที่พัก แต่การไม่มีหลักฐานการแจ้ง TM.30 อาจสร้างความไม่สะดวกเมื่อต้องติดต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินการต่างๆ เช่น การรายงานตัว 90 วัน การขอขยายระยะเวลาพำนัก หรือแม้แต่การขอเอกสารบางอย่าง เช่น หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่เพื่อเปิดบัญชีธนาคารหรือซื้อ/ขายยานพาหนะ
ใช่ เจ้าของทรัพย์สินที่รับชาวต่างชาติเข้าพัก ไม่ว่าจะผ่านช่องทางออนไลน์หรือข้อตกลงการเช่าแบบส่วนตัว ก็ยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้ง TM.30 การละเลยข้อกำหนดนี้ อาจทำให้เจ้าของทรัพย์สินต้องรับผิดชอบและชาวต่างชาติผู้เข้าพักอาจประสบปัญหาเมื่อต้องการติดต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
คำว่า "เจ้าบ้าน" หรือ "ผู้ครอบครองเคหสถาน" มีความหมายที่ค่อนข้างคลุมเครือและไม่ได้นิยามไว้อย่างชัดเจน ในทางกฎหมาย การวิเคราะห์บางส่วนชี้ให้เห็นว่าเมื่อผู้เช่าเริ่มเข้าพักในสถานที่ ผู้เช่าอาจถือเป็น "ผู้ครอบครอง" หรือ "เจ้าบ้าน" ในช่วงระยะเวลาการเช่านั้น ซึ่งหมายความว่าในทางทฤษฎีแล้ว ผู้เช่าชาวต่างชาติเองก็อาจมีความรับผิดชอบในการแจ้ง TM.30 อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักกำหนดให้เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้จัดการเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินการ
สิ่งสำคัญคือ ในทางปฏิบัติ ผู้เช่าชาวต่างชาติมักจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่ไม่มีการแจ้ง TM.30 เนื่องจากเอกสารนี้จำเป็นสำหรับการดำเนินการด้านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ ดังนั้น แม้ว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายอาจไม่ชัดเจนเสมอไปในกรณีการเช่าแบบส่วนตัว แต่ชาวต่างชาติควรประสานงานกับผู้ให้เช่าเพื่อให้แน่ใจว่ามีการแจ้ง TM.30
หลังจากที่ผู้ให้ที่พักทำการแจ้ง TM.30 แล้ว จะได้รับใบรับแจ้ง (Receipt of Notification) ซึ่งเป็นส่วนล่างของแบบฟอร์ม หรือในกรณีการแจ้งออนไลน์ จะสามารถพิมพ์หลักฐานจากระบบได้ ใบรับแจ้งนี้คือหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าได้มีการแจ้งที่พักของชาวต่างชาติแล้ว
ชาวต่างชาติผู้เข้าพักควรเก็บรักษาใบรับแจ้ง TM.30 นี้ไว้กับหนังสือเดินทางตลอดเวลา เนื่องจากเป็นเอกสารสำคัญที่อาจต้องแสดงเมื่อติดต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การรายงานตัว 90 วัน หรือการขอขยายระยะเวลาพำนัก ควรทำสำเนาใบรับแจ้งไว้หลายชุดและเก็บต้นฉบับไว้ในที่ปลอดภัย และพกพาเพียงสำเนาเพื่อใช้ในกรณีที่จำเป็น หากทำใบรับแจ้งหาย ควรแจ้งความที่สถานีตำรวจและนำใบแจ้งความไปแสดงต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอออกใบรับแจ้งใหม่